บทที่ 18 6/4
สิงหเรศนำพาพวกกสิณ จิตของตนและเพชรพรรณารายกลับมาสู่อดีตเพื่อดูเรื่องราวต่อไปอีกครั้ง เขามาหยุดอยู่ที่เรือนไทยหลังเดิม ยืนมองเหตุการณ์ความเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็นกระทั่งเวลาผ่านไป
เพชรไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนจะได้เห็นเหตุการณ์จากห้วงความฝันนั้นอีกครั้ง พ่อครูสิงห์พาเขามาหยุดยืนอยู่ที่ศาลาริมน้ำ เพชรเห็นว่ามีชายคนหนึ่งแต่งกายสูงศักดิ์ยืนอยู่ด้วย ทว่าเขากลับมองหน้าของอีกฝ่ายไม่ชัดมากนัก จนเวลาผ่านไปครู่หนึ่งก็เห็นว่ารำไพนำสำรับเดินเข้ามากับบ่าวรับใช้
เพชรพรรณารายย่นคิ้วด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยเห็นหน้าของชายที่ทำให้รำไพทำร้ายน้องสาวของตนมาก่อน จนกระทั่งบัดนี้ที่เขาเห็นว่ารำไพกำลังนั่งคุยกับชายคนนั้นด้วยความสนิทสนม
“ชายคนนั้นคือ...”
“เขาคือฉันในอดีตชาติและหญิงสาวตรงหน้าเขาก็คือเธอรำไพ”
เพชรช้อนสายตามองพ่อครูสิงห์ เขาทำหน้าประหลาดใจอย่างมีคำถามมากมายอยู่ในนั้นเห็นเช่นนั้นพ่อครูจึงเอ่ยต่อไป
“อดีตชาติเราสองคนมีดวงจิตที่ผูกพันและเป็นคู่แห่งโชคชะตากันมาหลายภพหลายชาติ ทั้งพวกเรารักกันมากทีเดียว” ในขณะที่เล่าออกมานั้นใบหน้าสง่างามกลับสงบนิ่งจนมองอารมณ์ไม่ออก สายตาคมทอดมองไปยังคู่รักเบื้องหน้าก่อนที่เขาจะเริ่มอธิบายต่อ
“แม้จะรักมากมายเพียงใดแต่ไม่อาจเคียงคู่”
สีหน้าของเพชรพรรณารายเพลานี้ประหนึ่งกับเป็นแบบฉบับของความใสซื่อบริสุทธิ์ หัวคิ้วเรียวขมวดจนเกิดปมเล็ก ๆ “หมายความว่าอย่างไรครับ” ตลอดมาเพชรเข้าใจว่าเป็นตัวรำไพเองที่แย่งคนรักของรำพึงแล้วทุบตีเธอมาโดยตลอด
พ่อครูสิงห์หัวเราะน้อย ๆ จากนั้นจึงเอ่ยตอบ “ตามฉันมาทางนี่สิ”
“ประเดี๋ยวก่อนสิคุณ คุณยังไม่ตอบคำถามผมเลยนะ” เพชรเริ่มโวยวายเมื่ออยู่ ๆ พ่อครูสิงห์ก็เดินออกไปเสียดื้อ ๆ เขาจึงจำต้องยอมเดินตามอีกฝ่ายไป ก่อนจะเห็นว่ารำพึงนั่งอ่านหนังสืออยู่ในเรือนโดยที่มีสาวรับใช้คนหนึ่งคอยปรนนิบัติพัดวีให้ ในสายตาของเพชรพรรณารายรำพึงในยามนี้ดูงดงามราวกับเทพธิดาเหลือเกิน
‘แม่นายเจ้าขา แม่นายจะปล่อยให้แม่นายรำไพอยู่กับท่านขุนสองต่อสองเช่นนี้หรือเจ้าคะ’
เพชรเห็นว่าหญิงสาวที่พูดอยู่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับวิญญาณของคนยืนมองเขาในตอนนั้น เรียกได้ว่าถอดแบบมาเสียทีเดียว
‘ชู่วว์! อย่าเอะไปประเดี๋ยวคุณพี่จักได้ยินเข้าดอก’
‘ขออภัยเจ้าค่ะแม่นาย’
‘คุณพี่รำไพกับท่านขุนเป็นคู่หมั้นกันจะให้ฉันทำอย่างไรเล่า’
“ไปเถอะ” พ่อครูสิงห์บอกกล่าวก่อนจะเดินนำเขามาหยุดอยู่ที่ห้องห้องหนึ่งของเรือน เพชรกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นว่าที่แห่งนี้จะมีใครเสียหน่อย ขณะที่กำลังจะอ้าปากเอ่ยถามชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินออกมาจากด้านใน ใบหน้าของเขานั้นประหนึ่งท่านพ่อของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
“ท่านพ่อหรือ ทำไมถึงได้เหมือนกันถึงขนาดนี้” นิลกาฬหนุ่มพึมพำเสียงเบา จ้องมองทุกอากัปกิริยาของชายตรงหน้า
“เพราะบ่วงกรรมนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เราเท่านั้น ทุกคนที่เกิดมารู้จักกันและผูกพันกันในชาตินี้ ชาติก่อนคนเหล่านี้คือผู้ที่ทำกรรมร่วมกันมา”
เพชรผงกศีรษะเชื่อช้า เขาเองก็พอจะได้ยินความเชื่อเหล่านี้มาบ้าง กระนั้นเพชรพรรณารายเองก็ยังคงตะลึงกับภาพตรงหน้าแม้เขาจะรู้ว่าชายตรงหน้าคือท่านพ่อของเขาในชาติก่อนแต่นิลกาฬหนุ่มก็ไม่อาจจะเชื่อสายตาตนเองเสียเท่าไรนัก เพราะใช่ว่าคนทั่วไปจะได้รับรู้เรื่องราวในอดีตของตนเฉกเช่นเขาในตอนนี้แต่สิ่งที่ทำให้เขาคับข้องใจไม่ใช่เรื่องนี้แต่เป็นเรื่องของรำพึงต่างหาก เขาอยากรู้ว่าทำไมหญิงสาวคนนั้นต้องตามอาฆาตแค้นเขาถึงเพียงนี้ทั้งที่ดูอย่างไรแล้วรำพึงก็ออกจะเป็นคนจิตใจดีเสียขนาดนั้น
“ท่านนี้คือออกญาออกญาพิพัฒวรเวชหรือชาตินี้ก็คือหม่อมเจ้าภากรบิดาของเธอ แต่ถึงเขาจะมีบุตรสาวถึงสองคนแต่ใช่ว่าจะแบ่งความรักให้ทั้งสองอย่างเท่าเทียม ที่เธอเห็นว่ารำไพทำร้ายตบตีรำพึงได้ถึงขนาดนั้นส่วนหนึ่งก็มาจากการให้ท้ายของบิดาทั้งนั้น” พ่อครูสิงห์อธิบายต่อไปจากนั้นเขาก็เดินนำไปอีกทาง
“ไม่มีทาง” เพชรว่าออกมา อย่างไรเสียท่านพ่อของเขาก็ไม่มีทางเป็นคนเช่นนั้น จิตใจของท่านพ่ออ่อนโยนและรักบุตรธิดาเท่ากันทุกคนอย่างไรเสียเรื่องนี้เขาก็ไม่อาจจะเชื่อถือ
“ประเดี๋ยวก่อนคุณ ผมอยากรู้ว่าทำไมรำพึงถึงตาย แล้วทำไมเธอถึงแค้นใจผมนัก”
“อืม” พ่อครูสิงห์ตอบรับในลำคอ เรื่องราวต่อไปนี้เขาเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน หลังจากเข้าญาณในตอนนั้นเขาก็เห็นว่ารำพึงหายไปในบ้านหมอผีหลังนั้นแต่ก็ไม่อาจรับรู้ได้ว่าด้านในนั้นเป็นอย่างไรราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างได้บังตาเขาเอาไว้
ในขณะที่กำลังจะพาเพชรพรรณารายไล่ตามรำพึงไป เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา
‘พ่อจ้ะพ่อ พี่กรแย่แล้วจ้ะ’
“มีอะไรหรือคุณ ทำไมทำหน้าแบบนั้น”
“เปล่ารีบกลับกันเถอะ”
“แต่ผมยังอยากรู้ต่อ เราอยู่ที่นี่อีกหน่อยไม่ได้หรือคุณ” เพชรรบเร้า เขายังอยากจะรู้เรื่องราวความเป็นไปของเรือนหลังนี้ต่ออีกสักหน่อย
“พ่อเพชรอย่าดื้อกับฉัน”
